วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

สิงคโปร์ซิวแชมป์ประเทศเอื้อธุรกิจ จากการจัดอันดับของธนาคารโลก


จัดทำบทความโดย นางสาว อาภาวี ยมรัตน์

เลขทะเบียน 48210484


สิงคโปร์ซิวแชมป์ประเทศเอื้อธุรกิจ จากการจัดอันดับของธนาคารโลก

ประเทศสิงคโปร์ นิวซีแลนด์ และ สหรัฐอเมริกา เป็นประเทศที่มีบรรยากาศเอื้อต่อการเริ่มดำเนินธุรกิจมากที่สุดในโลก จากการจัดอันดับของธนาคารโลก ที่ได้ทำการศึกษาเงื่อนไขด้านกฎหมาย และการส่งเสริมการลงทุนของภาคธุรกิจใน 181 ประเทศ ไทยติดที่ 13 ขยับขึ้น 6 อันดับ
ในรายงานประจำปี "การทำธุรกิจ 2009" (Doing Business 2009) ของธนาคารโลก และ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ไฟแนนซ์ คอร์ป หน่วยงานด้านการปล่อยกู้เพื่อภาคเอกชนของธนาคารโลก ต่อเงื่อนไขที่สนับสนุนการจัดตั้งธุรกิจขนาดเล็กใน 181 ประเทศ ระบุว่า สิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีเงื่อนไขสนับสนุนการจัดตั้ง ธุรกิจมากที่สุดในโลก รองลงมา ได้แก่ นิวซีแลนด์ และ สหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ทั้งสามประเทศติดอันดับสูงสุดในรายงานฉบับดังกล่าวของธนาคารโลกเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน


รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยได้ความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ และ เจ้าหน้าที่ของรัฐบาล 6,700 คนในประเทศต่างๆทั่วโลก เพื่อวิเคราะห์ความยาก-ง่าย และค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งธุรกิจในการดำเนินการตามกฎหมาย 10 ประเภทที่เกี่ยวข้องกับวงจรการจัดตั้ง ดำเนินการ และ ปิดกิจการ เช่น การขออนุญาตก่อสร้าง การจ้างพนักงาน การขอสินเชื่อ เงื่อนไขการจ่ายภาษี การบังคับใช้สัญญา และ การประกาศล้มละลาย โดยพิจารณาประเมินปัจจัยดังกล่าวอย่างเท่าเทียมกันเพื่อจัดทำดัชนีและอันดับประเทศที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ


ทั้งนี้ธนาคารโลกไม่ได้นำเอาปัจจัยอื่นที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจระดับภูมิภาค เช่น โครงสร้างของประเทศ และความปลอดภัยมาพิจารณาการจัดอันดับ ซึ่งเป็นเหตุผลที่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมประเทศจอร์เจียที่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นบ่อยครั้งกลับเป็นประเทศที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจเป็นอันดับที่ 20


แม้รายชื่อประเทศที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ 10 อันดับแรกส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในอันดับเดิม เว้นแต่ประเทศออสเตรเลียที่ขยับขึ้นมาในอันดับที่ 9 และทำให้ประเทศนอร์เวย์ตกไปที่อันดับที่ 10 แต่ในการสำรวจครั้งล่าสุดธนาคารโลกพบว่ามีกระแสการปฏิรูประเบียบต่างๆเพื่อเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจในหลายประเทศและทำให้ประเทศเหล่านั้นมีอันดับที่ดีขึ้น โดยทีมงานจัดทำรายงาน "การดำเนินธุรกิจ 2009" พบว่าในช่วงเวลา 12 เดือนตั้งแต่มิถุนายน 2550 ถึง 2551 มีการดำเนินการปฏิรูปเงื่อนไขใน 113 เขตเศรษฐกิจ ถึง 239 ครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ธนาคารโลกเริ่มโครงการจัดทำรายงานการดำเนินธุรกิจเมื่อ 6 ปีก่อน


ในการศึกษาครั้งนี้ทีมงานพบว่า ประเทศอาเซอร์ไบจานมีความตื่นตัวในการปฏิรูปเงื่อนไขการดำเนินธุรกิจมากที่สุด โดยรัฐบาลได้เปลี่ยนแปลงเงื่อนไข 7 ใน 10 ข้อซึ่งอยู่ในกรอบการพิจารณาของธนาคารโลก ซึ่งเอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นการลดเวลาขั้นตอนการขอดำเนินธุรกิจลงจาก 122 วันเหลือเพียง 16 วัน การปฏิรูปกฎหมายแพ่ง และการใช้ระบบยื่นแบบจ่ายภาษีออนไลน์ ทำให้อาเซอร์ไบจานติดอันดับที่ 33 ในการจัดอันดับครั้งล่าสุด ขยับขึ้นจากอันดับที่ 97 ซึ่งเป็นอันดับในปีที่แล้ว


ขณะที่ประเทศสิงคโปร์ที่มีเงื่อนไขเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจมากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน เพราะการดำเนินธุรกิจในสิงคโปร์มีค่าใช้จ่ายด้านการส่งออก-นำเข้าน้อย มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด มีกฎหมายแรงงานที่ให้ประโยชน์แก่นายจ้าง และนักธุรกิจจะใช้เวลาขออนุญาตดำเนินธุรกิจเพียง 4 วันจึงสามารถเปิดทำการได้ แต่ยังเป็นรองประเทศนิวซีแลนด์ที่อยู่ในอันดับที่ 2 ของการจัดอันดับครั้งนี้ เพราะนักธุรกิจจะใช้เวลาดำเนินการขอเปิดธุรกิจเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้อันดับที่ 3 มีกฎหมายแรงงานที่ผ่อนปรนมากที่สุดในโลก และมีระบบราชการที่เป็นขั้นเป็นตอนต่อเนื่อง ทำให้การเริ่มดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯเป็นไปได้โดยง่าย


ธนาคารโลกได้จัดให้เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ประเทศเดนมาร์ก สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ แคนาดา ออสเตรเลีย นอร์เวย์ อยู่ใน 10 อันดับแรกของประเทศที่มีเงื่อนไขเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจมากที่สุดในโลก ส่วนประเทศไทยติดอันดับที่ 13 ในการจัดอันดับครั้งนี้ ขยับขึ้นจากอันดับที่ 19 ในปีที่แล้ว เพราะมีการปฏิรูปเงื่อนไขที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจมากขึ้น เช่น ลดเวลาการโอนถ่ายสินทรัพย์ลงเหลือ 2 วันผ่านกระบวนการเพียง 2 ขั้นตอน การให้สิทธิของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยมากขึ้น และการที่รัฐบาลยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ขณะที่ประเทศมาเลเซียอยู่ที่อันดับที่ 20 ในปีนี้ขยับขึ้นจากอันดับที่ 25 ในปีที่แล้ว


เพเนโลปี บรูค ผู้อำนวยการฝ่ายดัชนีชี้วัด และการวิเคราะห์ของธนาคารโลก กล่าวว่า กระแสการปฏิรูปเงื่อนไขของรัฐบาลให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจเป็นกระแสระดับโลก โดยมีปัจจัยผลักดันการพัฒนาที่แตกต่างกันไปตามภูมิภาค บางประเทศในยุโรปตะวันออกก็ได้แรงกระตุ้นจากระเบียบปฏิบัติในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ส่วนรัฐบาลของประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกา ก็พยายามผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศสามารถแข่งขันได้กับประเทศในกลุ่มเดียวกัน


ทั้งนี้ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ติดอันดับที่ 181 ในการจัดอันดับครั้งนี้




คำถามท้ายเรื่อง


1.ใครเป็นคนจัดอันดับประเทศเอื้อธุรกิจ

2.ประเทศไทยติดอันดับที่ 13 ในการจัดอันดับครั้งนี้ ขยับขึ้นจากอันดับที่ 19 ในปีที่แล้ว เป็นเพราะเหตุใด

3.ทำไมประเทศสิงคโปร์จึงได้แชมป์ประเทศเอื้อธุรกิจ

6 ความคิดเห็น:

utccbx007g9 กล่าวว่า...

คำตอบคือ

1. ธนาคารโลก
2. เพราะมีการปฏิรูปเงื่อนไขที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจมากขึ้น เช่น ลดเวลาการโอนถ่ายสินทรัพย์ลงเหลือ 2 วันผ่านกระบวนการเพียง 2 ขั้นตอน การให้สิทธิของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยมากขึ้น และการที่รัฐบาลยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
3. เพราะการดำเนินธุรกิจในสิงคโปร์มีค่าใช้จ่ายด้านการส่งออก-นำเข้าน้อย มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด มีกฎหมายแรงงานที่ให้ประโยชน์แก่นายจ้าง และนักธุรกิจจะใช้เวลาขออนุญาตดำเนินธุรกิจเพียง 4 วันจึงสามารถเปิดทำการได้

นางสาวศรัญญา ใจเจือธรรม
เลขทะเบียน 4901108389

251utccbx007g3@gmail.com กล่าวว่า...

คำตอบ
1.ธนาคารโลก เป็นคนจัดอันดับประเทศเอื้อธุรกิจ
2.ประเทศไทยติดอันดับที่ 13 ในการจัดอันดับครั้งนี้ ขยับขึ้นจากอันดับที่ 19 ในปีที่แล้ว เป็นเพราะมีการปฏิรูปเงื่อนไขที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจมากขึ้น เช่น ลดเวลาการโอนถ่ายสินทรัพย์ลงเหลือ 2 วันผ่านกระบวนการเพียง 2 ขั้นตอน การให้สิทธิของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยมากขึ้น และการที่รัฐบาลยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
3.ประเทศสิงคโปร์ได้แชมป์ประเทศเอื้อธุรกิจ เพราะการดำเนินธุรกิจในสิงคโปร์มีค่าใช้จ่ายด้านการส่งออก-นำเข้าน้อย มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด มีกฎหมายแรงงานที่ให้ประโยชน์แก่นายจ้าง และนักธุรกิจจะใช้เวลาขออนุญาตดำเนินธุรกิจเพียง 4 วันจึงสามารถเปิดทำการได้

นางสาวชุติมา เจริญชนม์
เลขทะเบียน 4901100540

251UTCCBX007G13 กล่าวว่า...

ตอบคำถาม
1. ธนาคารโลก
2. เพราะมีการปฏิรูปเงื่อนไขที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจมากขึ้น เช่น ลดเวลาการโอนถ่ายสินทรัพย์ลงเหลือ 2 วันผ่านกระบวนการเพียง 2 ขั้นตอน การให้สิทธิของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยมากขึ้น และการที่รัฐบาลยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
3. ประเทศสิงคโปร์ได้แชมป์ประเทศเอื้อธุรกิจ เพราะการดำเนินธุรกิจในสิงคโปร์มีค่าใช้จ่ายด้านการส่งออก-นำเข้าน้อย มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด มีกฎหมายแรงงานที่ให้ประโยชน์แก่นายจ้าง และนักธุรกิจจะใช้เวลาขออนุญาตดำเนินธุรกิจเพียง 4 วันจึงสามารถเปิดทำการได้


พลอยไพลิน พูลทรัพย์
เลขทะเบียน 4901102365

251utccbx007g12 กล่าวว่า...

เเจ่ม

251utccbx007g10 กล่าวว่า...

1. ธนาคารโลก

2. เพราะมีการปฏิรูปเงื่อนไขที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจมากขึ้น เช่น ลดเวลาการโอนถ่ายสินทรัพย์ลงเหลือ 2 วันผ่านกระบวนการเพียง 2 ขั้นตอน การให้สิทธิของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยมากขึ้น และการที่รัฐบาลยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

3. เพราะการดำเนินธุรกิจในสิงคโปร์มีค่าใช้จ่ายด้านการส่งออก-นำเข้าน้อย มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด มีกฎหมายแรงงานที่ให้ประโยชน์แก่นายจ้าง และนักธุรกิจจะใช้เวลาขออนุญาตดำเนินธุรกิจเพียง 4 วันจึงสามารถเปิดทำการได้

นางสาวพัชราภรณ์ ตั้งมนัสสุขุม
เลขทะเบียน 48210375

251utccbx007g10 กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ