วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2552

ทริส” หันเครดิตการบินไทยซ้ำ! เหตุภาระหนี้ท่วมยังกัดฟันแจกโบนัส-เงินเพิ่ม


วานนี้ (23 ม.ค.) บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ประกาศปรับลดอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ ไม่มีหลักประกันของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีกำหนดไถ่ถอนปี 2552-58 วงเงินรวม 43,000 ล้านบาท จาก A+เป็น A พร้อมแนวโน้มคงที่อันสะท้อนให้เห็นฐานะทางการเงินที่อ่อนแอลงกว่าที่ประมาณการไว้ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากวิกฤติทางการเมืองตลอดจนราคาน้ำมันที่ผันผวนอย่างมากและภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว


เผชิญผลกระทบรอบด้าน
โดยทริสรายงานว่าการบินไทยได้รับผลกระทบอย่างมากจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและแม้ว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลงอย่างมากในไตรมาสสุดท้าย แต่บริษัทยังมีต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูง เนื่องจากได้ทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันไว้ในระดับราคาที่ค่อนข้างสูง ขณะเดียวกันวิกฤติการเมืองที่ทวีความรุนแรงจนถึงการยึดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองในช่วงปลายปี 51 ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารลดต่ำลงทำให้รายได้ของบริษัทในไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นต่ำกว่าประมาณการอย่างมาก รวมทั้งบริษัทยังมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานค่อนข้างสูงและต้องจ่ายเงินล่วงหน้าค่าเครื่องบินสูงถึง 3,108 ล้านบาท ทำให้สภาพคล่องของบริษัทลดลงอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ความต้องการซื้อขายเครื่องบินในตลาดรองลดลงอย่างมาก ส่งผลทำให้บริษัทไม่สามารถขายเครื่องบิน A340-500 จำนวน 4 ลำ ตามแผนที่วางไว้ได้ ทั้งบริษัทยังมีภาระต้องเช่าซื้อเครื่องบิน A330-300 อีก 8 ลำและ A380 จำนวน 6 ลำ ซึ่งจะทยอยส่งมอบในช่วงปี 2552-54 ผลการดำเนินงานที่อ่อนตัวลงกับภาระ การลงทุนและภาระหนี้ที่ต้องชำระตามกำหนดทำให้บริษัทต้องขอรับความช่วยเหลือจากกระทรวงการคลัง


เปิดสถานะถึงผงะภาระหนี้ท่วม
ณ สิ้น ธ.ค. 51 บริษัทมีเงินสดคงเหลือ 7,500 ล้านบาท จากปกติจะต้องมีเงินสดคงเหลือประมาณ 6,000 ล้านบาท ขณะที่หนี้ระยะสั้นของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 7,500 ล้าน ณ สิ้น ก.ย. 51 เป็น 17,980 ล้านบาท ณ สิ้น ธ.ค. 51 นอกจากนี้ ยังมีหนี้ระยะยาวซึ่งรวมถึงหุ้นกู้และหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อที่จะครบกำหนดชำระในปี 52 อีก 22,774 ล้านบาท และมีภาระลงทุนอีก 33,367 ล้าน ขณะที่คาดว่าจะมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 15,000-20,000 ล้านบาท โดยบริษัทมีวงเงินที่ยังไม่ได้ใช้ ณ สิ้น ธ.ค. เพียง 3,421 ล้านบาท และที่จะได้รับเงินจากการออกหุ้นกู้ 4,790 ล้านบาท ดังนั้นบริษัทจึงมีภาระที่จะต้องกู้หนี้ใหม่เพิ่มถึง 45,000-55,000 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 51 ทริสเรท ติ้งได้เคยปรับลดอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ ของการบินไทยลงจาก AA-/Stable เหลือ A+/ Stable มาแล้ว ก่อนจะปรับลดอันดับเครดิตลงอีกล่าสุดวันนี้


อึ้ง! ยังแจกโบนัสปรับเงินเดือน
ในวันเดียวกัน พล.อ.อ.ณรงค์ศักดิ์ สังขพงศ์ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมนายพิชัย ชุณหวชิระ ประธานคณะกรรมการบริหาร (บอร์ดชุดเล็ก) และผู้บริหารระดับสูงได้ร่วมชี้แจงทำความเข้าใจกับพนักงานการบินไทยกว่า 700-1,000 คนถึงวิกฤติที่การบินไทยประสบอยู่ ซึ่งถือเป็นปีแรกในประวัติศาสตร์นับแต่ก่อตั้งบริษัทมากว่า 48 ปีที่ประสบปัญหาขาดทุนจากการดำเนินงาน
โดย พล.อ.อ.ณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า วิกฤติที่การบินไทยประสบอยู่จะไม่มีการปลด ลดเงินเดือนและลดจำนวนพนักงานลงแต่อย่างใด หากจะดำเนินการจะนำมาเป็นแนวทางสุดท้าย นอกจากนี้ ขอปฏิเสธกรณีที่มีข่าวออกมาว่าตนเป็นคนเสนอขอปรับเงินเดือนตัวเองเพิ่มขึ้น 150,000 บาท แต่เป็นเรื่องที่บอร์ดการบินไทย เป็นผู้อนุมัติเนื่องจากเห็นว่าตนมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น แต่เพื่อช่วยวิกฤติจึงไม่ขอรับจำนวนเงินดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าพนักงานการบินไทยจะได้รับเงินรางวัลพิเศษ (โบนัส) และปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้นในปีนี้ แต่จะได้รับจริงหรือไม่อยู่ที่บอร์ด การบินไทยจะเป็นผู้พิจารณา ส่วนสาเหตุที่เสนอให้โบนัสและปรับเงินเดือนเนื่องจากเห็นว่าคนทำงานและทำดีจะต้องได้รับผลตอบแทน


หั่นเงินเดือนสวัสดิการ
ส่วนแผนการลดค่าใช้จ่ายฝ่ายบริหารนั้นเบื้องต้นจะมีการปรับลดค่ายานพาหนะของฝ่ายบริหารระดับสูงระดับผู้อำนวยการใหญ่ขึ้นไปลง 50% จำนวน 6 เดือน รวมถึงจะมีการลดค่าทำงานล่วงเวลาของพนักงาน และลดค่าใช้จ่ายในส่วนของคาร์โก้ลง คาดว่าจะลดได้ถึง 2,000 ล้านบาท และลดค่าใช้จ่ายต่างประเทศทั้งในเรื่องของที่พักลูกเรือ ซึ่งจะทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 900 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังจะปิดศูนย์เช็กอินในเมืองเนื่องจากไม่คุ้มทุน
ด้านนายพิชัย ชุณหวชิระ ประธานคณะกรรมการบริหารการบินไทย กล่าวย้ำว่า สถานการณ์ของธุรกิจการบินทั่วโลกที่ประสบปัญหาขาดทุนจากภาวะเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ถือเป็นเรื่องปกติที่ขาดทุนเนื่องจากประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ดังนั้น การบินไทยจะต้องมีการปรับแผนกลยุทธ์รวมถึงปรับโครงสร้างการดำเนินงานใหม่ให้มีความเข้มแข็งและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ดังนั้น จะต้องมีการสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความเชื่อถือให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการรับมอบเครื่องบินแอร์บัส เอ330-300 จำนวน 6 ลำ จาก 8 ลำ ที่ได้มีการจ่ายเงินค่ามัดจำล่วงหน้าไปแล้ว 33-35% ซึ่งจะไม่เป็นภาระ แต่จะสร้างรายได้ให้การบินไทยเพื่อมาจ่ายหนี้เงินกู้ได้ ซึ่งเงินกู้จำนวนกว่า 34,000 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ได้เงินกู้ไปแล้ว 22,000 ล้านบาท ส่วนที่ขาดอยู่ 10,000 ล้านบาทนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างหาแห

คำถาม
1.การปรับลดค่าใช้จ่าย ทำอย่างไรได้บ้าง
2.เงินรางวัลพิเศษ (โบนัส) และปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้น เป็นทางเลือกที่ดีหรือไม่
3.การออกหุ้นกู้เป้นวิธีที่ดีที่สุด แล้วหรือไม่ หรือ มีทางเลือกอื่น

นางสาวพันธิตรา โพธิ์ไพจิตร

ไม่มีความคิดเห็น: